ลงประกาศฟรี ติดอันดับ Google ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด เว็บขายฟรี
อาหาร เครื่องดื่ม ขนม โรงงานเล็ดกาแฟคั่วสด เคมีอาหาร => โพสฟรี เว็บประกาศ เคมีอาหาร โรงงานกาแฟคั่ว โกโก้ผง => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 10 มกราคม 2026, 23:17:51 น.
-
อาหารสายยางสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง (https://dseelin.co.th/)
การให้อาหารทางสายยางสำหรับ ผู้ป่วยมะเร็ง (Cancer Patients) มีวัตถุประสงค์หลักคือการ "รักษาน้ำหนักตัว" และ "ป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ" เนื่องจากตัวโรคเองและการรักษา (เคมีบำบัด/ฉายแสง) มักทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบและต้องการพลังงานสูงกว่าคนปกติครับ
การจัดการอาหารทางสายยางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้:
1. เน้นพลังงานและโปรตีนสูง (High Calorie & High Protein)
ร่างกายผู้ป่วยมะเร็งจะมีการเผาผลาญที่สูงมาก (Hypermetabolism) และมักมีการสลายกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน
โปรตีน: ควรได้รับมากกว่าคนปกติ (ประมาณ 1.2−2.0 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก.) เพื่อซ่อมแซมเซลล์และเสริมภูมิคุ้มกัน
ความเข้มข้น: มักใช้สูตร 1.2 ถึง 1.5 kcal/ml เพื่อให้ได้รับแคลอรีที่เพียงพอในปริมาณที่ไม่มากเกินไปจนทำให้คลื่นไส้
2. สารอาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (Immunonutrition)
มีสารอาหารบางชนิดที่มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งฟื้นตัวได้ดีขึ้น:
Omega-3 (จากน้ำมันปลา): ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และช่วยคงสภาพน้ำหนักตัว
Arginine (อาร์จินีน): ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้น
Glutamine (กลูตามีน): ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผนังลำไส้ที่อาจถูกทำลายจากเคมีบำบัด
3. การเลือกสูตรอาหารสำเร็จรูป
ปัจจุบันมีอาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะมีความเข้มข้นสูงและผสมสารเสริมภูมิคุ้มกันมาให้แล้ว:
ProSure / Supportan: สูตรที่มี EPA (Omega-3) สูง ออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยมะเร็งที่น้ำหนักลดโดยเฉพาะ
Oral Impact: มักใช้ในช่วงก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
สูตรมาตรฐานโปรตีนสูง: ในกรณีที่งบประมาณจำกัด สามารถใช้สูตรมาตรฐานแล้วเสริมด้วยผงโปรตีน (เช่น เวย์โปรตีน) ตามคำแนะนำของแพทย์
4. ข้อควรระวังในผู้ป่วยมะเร็งที่ให้ทางสายยาง
ภาวะท้องเสีย: เคมีบำบัดอาจทำให้ลำไส้บอบบาง หากให้อาหารเร็วเกินไปหรือเข้มข้นเกินไปอาจท้องเสียได้ ควรเริ่มช้าๆ และสังเกตอาการ
ความสะอาด: ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดจะมีภูมิคุ้มกันต่ำมาก ห้ามใช้อาหารปั่นเองที่ค้างคืน หรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาดเด็ดขาด เพราะความเสี่ยงในการติดเชื้อในกระแสเลือดสูงกว่าคนปกติ
การสำลัก: หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียนจากการแพ้ยา ต้องระวังเรื่องการสำลักอาหารเข้าปอดเป็นพิเศษ
5. คำแนะนำในการดูแลรายวัน
ชั่งน้ำหนักสม่ำเสมอ: อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หากน้ำหนักลดลงต่อเนื่อง ต้องรีบปรึกษาคุณหมอเพื่อเพิ่มปริมาณอาหาร
ดูแลช่องปาก: แม้ไม่ได้ทานทางปาก แต่ควรบ้วนปากด้วยน้ำเกลือเพื่อลดอาการปากเปื่อยจากผลข้างเคียงของยา
ให้น้ำเปล่าเพียงพอ: เพื่อช่วยให้ไตขับของเสียจากการสลายของเซลล์มะเร็งและยาเคมีบำบัดออกได้ดีขึ้น